ประสบการณ์แย่ๆ จากการเช่า HDB ห้องพักในสิงคโปร์

เรื่องราวต่อไปนี้ คือเรื่องเล่าจากเพื่อนของพวกเรา รายหนึ่ง ที่ไปพำนักที่ประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากว่า เปลี่ยนย้ายงานไปทำ จาก ประเทศไทย ไปอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ และนี่คือประสบการณ์ครั้งแรกของเขา และเขาได้ใจดี อนุญาตให้เราเล่า แชร์เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรง ที่ได้พบเจอ และเรื่องราวนี้ เป็นเรื่องราว ส่วนหนึ่ง ที่เราได้พบเจอและได้รับฟังมาอย่างมากมาย แม้แต่เจ้าของเว็บเอง ก็มักจะโดนเหตุการประหลาดๆ ที่บางที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะ สิ่งที่เรียกว่า “มนุษย์ป้า” ในสิงคโปร์ นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าฝันร้ายเลย หากใครได้ไปเจอะเจอเข้าไป

เรื่องที่เพื่อนๆ ของเราได้ส่งเข้ามา มีดังต่อไปนี้

ประสบการณ์ครั้งแรก สำหรับการเช่าห้องที่สิงคโปร์ เป็นเรื่องที่แทบจะเรียกได้ว่า เลวร้ายมากๆ ฉันได้พยายามค้นหาและอยากจะเช่าห้อง โดยหาในทางเว็บไซต์ ทางออนไลน์ ในเว็บของสิงคโปร์โดยตรง โดยพยายามหาห้องพักที่ เราอยากอยู่กันเอง โดยไม่มีเจ้าของห้อง (Landlord) คือ ฉันไม่อยากจะไปเช่าห้องอยู่รวมกับ เจ้าของ โดยพยายามหาห้องที่มีราคาที่รับได้ในใจ โดย ฉันก็ไปเจอห้องหนึ่ง ที่ราคาพอจะรับได้ และ มันก็อยู่ในที่ที่ไม่แย่เลย อยู่ในทำเลที่ดีมากๆ คือห่างจาก Bus Stop ออกไปจาก MRT — โดยส่วนใหญ่แล้ว ป้ายรถเมล์ของสิงคโปร์ เดินแค่ 3-5 นาทีก็จะถึง MRT และ ป้ายรถเมล์ของสิงคโปร์ ไม่แออัด เพราะการคมนาคมที่มีคุณภาพ มีความสะดวกสบายเป็นเลิศ ให้ลืมภาพแย่ๆ ใน กทม ไปได้เลย ซึ่งหากเป็นไปได้แล้ว การหาห้องพักใกล้กับสถานี MRT ในสิงคโปร์ จะหาราคาดีๆยากนัก เพราะมันอาจจะบวกเพิ่มไปอีก โดยเหล่า Agent ในสิงคโปร์ ฉันโชคดีมากๆ โดยคิดในขณะนั้นว่า เราเจอ ที่พักราคาถูก ใกล้กับ MRT ด้วย

 

เมื่อฉันลองเข้าไปคุยกับ เจ้าของห้องที่สิงคโปร์ เจ้าของห้องได้แจ้งฉันว่า เขาจะไม่อยู่ร่วมกันกับเรา และฉันจะอยู่ร่วมกันกับคนอินเดีย คู่สามี ภรรยา อีกคู่หนึ่งแทน โดยคู่สามีภรรยา จะอาศัยที่ห้อง Master Room และฉันจะต้องใช้ห้องน้ำร่วมกับ คุณป้าของเขา (คุณป้าเจ้าของห้อง) และเขาได้บอกฉันว่า ป้าจะมีความยืดหยุ่นสูง เพราะว่าเขาจะไม่มีงานทำแล้ว และจะไม่มารีบเร่งในการใช้งานเรื่องห้องน้ำ เมื่อฉันต้องใช้ในการอาบน้ำในตอนเช้า ด้วยเหตุนั้นเอง ฉันเลยเลือกที่จะเช่าห้องนี้ เพราะฉันพิจารณาไว้แล้วว่า ฉันต้องใช้ชีวิตที่รีบเร่งมากๆ เพื่ออยู่ในสิงคโปร์ และเดินทางไปทำงานตอนเช้า โดยมองว่าห้องที่ฉันจะเช่านี้ เป็นห้องที่ใกล้การเดินทาง และ ทำเลอยู่ใกล้ๆ กับที่ทำงาน ทำให้เราวิ่งออกไปหาการขนส่งได้อย่างรวดเร็ว โดยฉันเห็นว่า ป้าของเจ้าของห้อง อายุประมาณ 70 ปีขึ้นไป แต่ยังดูแข็งแรงอยู่ เธอได้กล่าวว่าเธอไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีนัก แต่ฉันก็พบว่า เธอสามารถพูดและฟังมันได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและแย่มากๆ คือ ป้าของเจ้าของคนนั้น ไม่ได้มีความยืดหยุ่นในการใช้ห้องน้ำเลย

 

สิ่งที่เจ้าของห้องพูด คือคำโกหก แย่ๆ ที่ทำให้เรา ต้องยอมแบกรับเรื่องที่ไม่คาดคิด ในการใช้ชีวิต ในสิงคโปร์

 

โดยส่วนเราฉันพบว่า คุณป้าของเจ้าของห้อง มักจะตื่นขึ้นมา ในเวลาใกล้เคียงกับฉัน คือเวลา 7 โมงเช้า และเธอ มักจะเข้ามา เคาะประตูห้องน้ำ เมื่อฉันใช้ห้องน้ำอยู่ และกล่าวว่า ป้าต้องการจะใช้ห้องน้ำให้เร็วที่สุด เมื่อเธอตื่น เพราะว่าเธอไม่สามารถทนอั้นฉี่ได้ โดยที่ฉันพยายามเข้าใจ เนื่องจากอายุ และวัยของป้าที่อายุ 70 กว่าแล้ว โดยฉันจะให้ป้า ได้เป็นฝ่ายเข้าห้องน้ำก่อนเป็นคนแรก ก่อนที่ฉันจะเข้าไปอาบน้ำ และในหลายๆครั้ง เธอเริ่มใช้ระยะเวลาที่นานมากๆในห้องน้ำ และมันทำให้ฉันเริ่มไปทำงานสาย และเธอมักจะเข้ามาดู ในตอนที่ฉันทำกับข้าว โดยป้าพยายามแน่ใจว่าฉันจะไม่ใช้หรือแชร์ข้าวของเครื่องใช้กันกับของเธอ

 

เธอดูแล้วจะเหมือนเป็นคนที่จู้จี้จุกจิกมากๆ และมักจะเข้ามามองหาจุดเล็กๆน้อยๆ ข้อบกพร่อง ทุกสิ่งทุกอย่าง เช่นเมื่อฉันจะต้องทำการ ตากผ้า หรือ ล็อคประตู หรือการ เก็บรองเท้า เมื่อกลับมาบ้าน โดนหลังจากนั้น ฉันเริ่มรู้สึกรำคาญมากๆ เพราะเราเช่าอยู่ เราจ่ายเงิน อย่างเช่นตอนที่ ฉันจะใช้ ตู้ในห้องครัว เธอต้องการให้ฉันทำการปิดมันอยู่ตลอดเวลา ในวันหนึ่ง ฉันเปิดมันแค่ชั่วคราว เพื่อให้ กลิ่นของตู้ในห้องครัว ได้ระบายออกมาบ้าง ป้าก็เข้ามาพอดีและเริ่มที่จะสร้างปัญหาให้แก่ฉัน โดยกล่าวหาอย่างแปลกประหลาดว่า ฉันเปิดตู้ในห้องครัวนี้ เพื่อที่จะกลั่นแกล้ง ให้ป้าเดินเอาหัวไปชนตู้และอยากจะทำอันตรายป้า ฉันพยายามจะอธิบายให้เธอเข้าใจ ว่าฉันเปิดมันเพราะว่ามีเหตุผลในเรื่อง ของการรักษาความสะอาดเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงในเรื่องที่ป้าคิดแม้แต่น้อย แต่ป้าก็ยังไม่เชื่อฉันเลย และยิ่งระแวงฉันเข้าไปอีก และเมื่อสิ่งเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้นกับป้าคนนั้น เจอทำการข่มขู่ฉันด้วยว่า เธอจะเรียกตำรวจเข้ามาจับฉันโดยทันที โดยที่จะ รายงานว่า คนต่างด้าวอย่างฉัน (the foreigner) พยายามที่จะทำลายความปลอดภัย ในความเป็นอยู่ของชีวิตเธอ ในขณะนั้น ฉันค้นพบว่า ป้าคนนี้ มีสติไม่สมประกอบ และป้าคนนี้ มีอาการทางประสาทร่วมอยู่ด้วย และฉันได้เข้าใจว่าฉันจะไม่มีความสุขเลย ถ้าต้องมาร่วมที่จะอยู่ที่นั่น หรือมีความรู้สึกปลอดภัย เพราะฉันไม่สามารถรู้เลยได้ว่า ป้าคนนี้ จะทำร้ายฉันเมื่อไหร่หรือเปล่า ? และมักจะพูดกล่าวหาในสิ่งที่ไม่เป็นความจริง เพื่อทำให้เกิดเรื่องร้ายๆ ตามมา

 

เมื่อฉันได้พยายามลองคุยและแจ้งถึงปัญหานี้ให้แก่ เจ้าของห้อง โดยที่ พวกเขาเป็นป้าเป็นหลานกันนั้น เจ้าของห้องไม่ได้สนใจใยดีในปัญหานี้ และ ไม่ได้พยายามทำความเข้าใจรับทราบถึงปัญหา และไม่ได้เข้าข้างฉันเลย และเขาได้กล่าวประมาณว่า ฉันจำเป็นจะต้องทนอยู่ อีกหนึ่งเดือน ในขณะที่เจ้าของห้องจะต้องหาคนเข้ามาอยู่ทดแทนฉัน และในเดือนที่เหลือเป็นเดือนที่ นรกและเลวร้ายมากๆ เพราะมันมีเรื่องที่เริ่มแย่ลงๆ เอามากๆ ฉันไม่มีความรู้สึกที่จะอยู่ในบ้านหลังนั้นอีกแล้ว และทำให้ฉันออกไปข้างนอกและกลับบ้านดึกๆ เพื่อจะหลับนอนเท่านั้น ในวันหยุด เป็นวันที่เลวร้ายมากๆ สำหรับฉันด้วย เพราะว่า ป้ามักจะก่อเรื่องแย่ๆ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในห้องน้ำ ที่เราต้องแชร์กัน ในหลังจากเดือนนั้น โชคดีมากๆ ที่เจ้าของให้ฉันได้ย้ายออกไป และจ่ายค่ามัดจำคืน

 

อย่างไรก็ตาม ฉันได้ฟังเรื่องเพื่อนๆ ว่าเคสของเพื่อนๆฉันที่เกิดขึ้นนี้แย่กว่านี้ เพราะบางคนจะไม่ได้รับเงินมัดจำคืน เมื่อเพื่อนของฉันได้ทำการย้ายออกก่อนสัญญาจบสิ้น และเจ้าของก็ไม่ได้พยายามช่วยเหลือใดๆ หรือแก้ปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นในบ้านของเจ้าของเหล่านั้น

 

หลังจากที่ฉันได้แชร์ประสบการณ์ เลวร้ายของฉันอันนี้ ฉันหวังว่า พวกคุณและคนที่กำลังหาห้องเช่า และที่พักใน สิงคโปร์ จะทำให้พวกคุณระวังตัวเอาไว้และตระหนักเรื่องการเลือกห้องและสถานที่ให้ดีก่อน เพราะไม่ควรเลือกโดยดูแค่ทำเล หรือที่ตั้ง แต่ความผิดพลาดที่เกิด เราไม่ได้ตรวจสอบเลยว่าเราจะต้องไปอยู่กับใคร มีอะไรเบื้องหลังหรือไม่ ฉันพบเรื่องที่เป็นประสบการณ์แย่ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ และฉันก็พบว่า หลังจากฉันย้ายไปอีก สองครั้ง ฉันได้พบกับคำว่า Best Home ที่สิงคโปร์ สำหรับฉัน จากคำแนะนำ ในเครือข่ายแห่งนี้ และคาดว่าหลายๆคน คงเจอปัญหามากมาย ในการเลือกห้องของตนเองอยู่ในสิงคโปร์ ฉันคิดว่า สิ่งนี้จะช่วยพวกคุณ ที่จะหลีกเลี่ยง ปัญหาร้ายๆ เช่นแบบประสบการณ์ที่ฉันพบเจอมา และค้นหาสถานที่ ที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนบ้านได้จริงๆ

เรื่องเล่า – ก่อนการเช่าห้อง คอนโด ในสิงคโปร์ (ระวัง !)

คนไทย ควรจะระมัดระวัง และเรียนรู้ ปัจจัยความเสี่ยงต่างๆ ก่อนที่จะเข้ามาพักอาศัย หรือมาเช่าห้องพักในประเทศสิงคโปร์ เนื่องจากว่า คนไทยนั้น ถือว่าเป็นคนหัวอ่อน ที่ยอมคนง่าย และในทางกลับกัน คนสิงคโปร์ เป็นเจ้าบ้าน ที่ค่อนข้างหัวแข็ง และมองหัวผลประโยชน์เป็นสูงสุด อีกทั้ง คนที่เข้ามาเช่าห้องพักจากประเทศต่างๆ ก็เป็นคนที่มาจากต่างประเทศ ในแถบประเทศที่ เรียกได้ว่า มีอันจะกิน เช่นถ้าเป็นฝรั่งที่เข้ามาหาห้องพัก และ มาเช่าระยะยาว 3 เดือน 6 เดือน หรือ หนึ่งปีขึ้นไป พวกเขาเหล่านั้น หากมาจากประเทศแถบฝรั่ง USA ซึ่งส่วนใหญ่ ก็มาจากประเทศแถบนี้อยู่แล้ว โดยพวกเขาจะมาเช่าในราคา $1,200 เป็นขั้นต่ำ หากคนไทย ที่ไม่เข้าใจเรื่องการต่อรอง ไม่รู้จักการเจรจา เพื่อให้ได้มา โดยผลประโยชน์ของตนได้อย่างเหมาะสมแล้ว คุณจะเสียผลประโยชน์ เรื่องของ การโดนโก่งราคา ค่าที่พักเป็นอย่างแน่นอน เราจึงได้รวบรวมประสบการณ์ จากที่ผ่านมา โดยทั้งคนไทย ที่เคยไปอยู่ในประเทศสิงคโปร์ และ เพื่อนๆ ชาวต่างชาติ ที่อยู่ใน Community ของเรา ได้ให้ความช่วยเหลือ และ ช่วยกันแนะนำ อีกทั้งยังมีการ แจกแจงเทคนิค กระบวนการ เพื่อการ ต่อรอง และ ตรวจสอบ เจ้าของทรัพย์สิน เพื่อ ไม่ให้คนไทย ได้ตกเป็นเหยื่อ ของ คนสิงคโปร์บางคนที่ฉวยโอกาส ในความเป็นคนหัวอ่อนของคนไทย โดยเว็บ ThaiSingapore.com ได้เป็นตัวกลาง ที่ทำการรวบรวม แหล่งห้องเช่าและที่พัก ที่เราได้ Screen มาแล้ว ว่าไม่โดยย้อมแมว หรือ มีการยัดไส้ และมีการทำสัญญา ที่มีการผูกมัดและแอบแฝง ระหว่างที่เราเข้ามาอยู่อาศัย หรือมาเช่าอยู่ โดยเราจะได้ราคา ค่า เรทที่พัก ในราคาที่พอเหมาะ และสามารถต่อรองได้อย่างดีใน เรทที่เหมาะสมกับคนไทย ที่เป็นประเทศที่ ฐานเงินเดือน ไม่ได้สูงแบบคน USA หรือ ฝรั่ง ที่มาจากแถบทางยุโรป

 

  • สิ่งที่ต้องคิดและวางแผนให้คนไทย เตรียมตัวในเรื่องต่างๆ สำหรับจองห้องพัก และ เช่าห้องที่สิงคโปร์ มีดังต่อไปนี้

    การวางแผนที่ดีในการค้นหาห้องพัก

  • อย่าเชื่อคนสิงคโปร์ โดยเฉพาะ พวกเอเย่นที่จัดหาห้องพักให้เรา หรือ พวกที่อ้างว่า เช่าตรงโดยเจ้าของบ้าน หรือ เจ้าของห้องนั้นๆ เพราะเมื่อมีการทำสัญญา หาก เขาคนนั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของห้องจริงๆ คุณเองก็จะเสียเปรียบ และ อาจหมดเงินหลายแสนบาทเลยทีเดียว อยากให้ระวังในจุดนี้มากๆ ซึ่งวิธีการที่ดีที่สุด ให้พยายามหาคนที่เรารู้จัก หรือ หากเรารู้จักคนสิงคโปร์โดยตรง ที่เขาเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้นๆ เมื่อคุณได้อยู่ในประเทศสิงคโปร์ หากคุฯไม่ได้อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ พยายามติดต่อหาเพื่อน ที่สามารถติดต่อหาเจ้าของที่พักได้โดยตรง เพื่อให้พวกเขาได้ทำการช่วยเหลือจัดแจงเรื่องการหาห้องพักและที่เช่าในสิงคโปร์ให้เราได้

    อย่าเชื่อใจ เอเย่นรับจัดหาห้องเช่าให้ในสิงคโปร์

    เนื่องจากว่า พวกเขาจะไม่ค่อยต่อรองเรื่องราคาที่พักให้กับเรา และไม่ค่อยตรวจสอบราคาจากเจ้าของ อีกทั้งยังอาจบวกค่าส่วนต่างที่เป็น commission เข้าไปอีกจำนวนมาก ซึ่งการหาเอเย่ยห้องพักในสิงคโปร์ จากเอเย่นชาวสิงคโปร์ ส่วนใหญ่ นอกจากทำให้ต้องเสียค่าส่วนต่างอีกมาก และ มักไม่ได้ห้องพักที่เราต้องการ เพราะว่าทางนั้น จะเน้นปล่อยเช่าให้ได้มากที่สุด ทำให้การคัดกรองทำได้ไม่ดี จนมีห้องพักที่ไร้คุณภาพ ที่เราเห็นได้ตามที่คนไทยมารีวิวสอบถามกันในเว็บพันทิปกันเป็นจำนวนมาก ทางที่ดี หรือวิธีที่ดีที่สุด เราควรหาช่องทาง การติดต่อกับเจ้าของโดยตรง จึงจะดีกว่า หากคุณไม่ได้อยู่ที่ประเทศสิงคโปร์ ให้ลองพยายามติดต่อสอบถามจากเพื่อนๆคนไทยด้วยกัน หรือหากไม่สามารถทำได้ ให้ลองติดต่อเรา เพื่อรับการช่วยเหลือจัดหาสถานที่ ที่ดีที่สุดสำหรับคนไทย เราจะเป็นคนกลาง คอยประสานและติดตาม และสามารถช่วยดูในเรื่องการทำสัญญาเบื้องต้นให้แก่ผู้เข้ามาเช่ากับเจ้าของห้องที่สิงคโปร์ ได้โดยตรง

    ให้ระมัดระวัง เรื่องการทำสัญญากับเจ้าของห้อง และ เอเย่น

    เมื่อเราจะทำสัญญาเช่าห้องพัก ในการทำสัญญาบางแห่ง อาจมีการยัดไส้ เรื่องขอบเขตการรับผิดชอบ นั่นคือการมัดมือชกเราไปตลอดระยะเวลาการจัดเช่าห้องพัก ให้เราพยายามอ่านสัญญาอย่างระมัดระวัง เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างที่ซ่อนอยู่ อย่างเช่น จำนวนขั้นต่ำที่เราต้องเข้ามาเช่า และ ระยะเวลาที่เราจะเช้าอยู่ อาทิพวก การดูแลค่าเสื่อมต่างๆ อาจถูกผูกมากับสัญญา คนไทย ที่ไปหาห้องพัก ห้องเช่า รายเดือนและรายปี ควรเข้ามาปรึกษาในเรื่องของสัญญาจากเราได้ เนื่องจากพวกเรามีประสบการณ์ และ อำนาจการต่อรองสูง

ให้เราพยายามสอบถาม คำถามให้มากที่สุด ที่จะเป็นเรื่องของการยอมรับข้อผูกมัดต่างๆ ก่อนการทำสัญญานั้นๆ อย่างเช่น ทางเจ้าของห้อง จะอนุญาตให้เราทำกับข้าวในห้องได้หรือไม่ หรือเราสามารถเอาคนอื่นๆ ที่เป็นญาติ หรือคุณรู้จัก เช่นเพื่อ แฟน หรือพี่น้อง เข้ามาอยู่ค้างคืนด้วยได้หรือไม่ หรือมีกฏเหล็กอะไร ที่เขาจะไม่ยินยอมให้เรากระทำ อันนี้ ต้องระบุให้ชัดเจน และตกลงกันให้มั่นใจก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณต้องอยู่กับเจ้าของบ้านนั้นๆด้วยตนเอง จะยิ่งเป็นเรื่องจุกจิกยุ่งยากมากๆ คนสิงคโปร์ จะค่อนข้างขี้เหนียว และ ชอบใช้อำนาจเกินเลยกับผู้เข้ามาพักอยู่อาศัย อันนี้อาจเป็นเพราะ คนสิงคโปร์บางกลุ่ม ต้องการหารายรับเพิ่มเติม และพวกเขาก็ไม่ได้มีชีวิตที่สะดวกสบายมากนัก อีกทั้งยังมีภาระเลี้ยงดูแลครอบครัว หรือบางคนคือคนอายุมากวัยเกษียร พวกเขาจึงไม่มีรายได้มากมายนัก และ มีนิสัยที่ไม่ได้ โอบอ้อมอารี แบบเข้าใจคนไทยด้วยกัน ไม่เหมือนคนไทย ที่เรามีคำว่า เกรงใจ ต่อแขกที่มาพัก ซึ่งสิ่งนั้น คนสิงคโปร์ไม่มี เราจึงอยากให้ท่านลอง ติดต่อสอบถาม คำแนะนำจากเรา เพื่อท่านจะได้แนวทางที่ปลอดภัย และ การเป็นอยู่ที่ดีกว่า ในการเข้าไปพักที่สิงคโปร์